กลับไปหน้าแรก
ป้องกัน ปลอดภัย
 
 

 

 

     
 
เรื่องของถุงยาง
แบบไหนที่ปลอดภัย
การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ HIV
 
การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี
การตรวจเลือดหาเอชไอวี ไม่ใช่วิธีการป้องกันการติดเชื้อ

ถ้าเลือกใช้วิธีการตรวจเลือดคู่ของเราเป็นหนทางในการลดความเสี่ยง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการตรวจเลือดมีข้อจำกัด เพราะจะไม่สามารถบอกได้ว่าติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ถ้าได้รับเชื้อมาน้อยกว่า 3 เดือน และการที่รู้ผลเลือดว่าไม่ติดเชื้อ ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าผู้นั้นจะไม่ไปรับเชื้ออีกในอนาคต การตรวจเลือดจึงไม่ใช่วิธีป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีแต่เป็นการตรวจหาว่า ร่างกายได้รับเชื้อ มาแล้วหรือยังและเนื่องจากการตรวจเลือดไม่ใช่การตรวจหาตัวเชื้อไวรัสโดยตรง แต่เป็นการตรวจหาปฏิกิริยาที่ร่างกายสร้างขึ้น  ซึ่งเรียกว่า “แอนติบอดี้”  ปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้น หลังจากเชื้อไวรัสเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วประมาณ 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อจะตรวจเลือดต้องรู้ช่วงเวลาแน่นอนที่สงสัยว่า อาจจะได้รับเชื้อมาแล้ว และถ้ายังไม่ถึงช่วงเวลา
 
การตรวจเลือดไม่ได้เป็นการตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยตรง
แต่เป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกัน ที่ร่างกายสร้างขึ้น
หลังจากได้รับเชื้อมา แล้ว 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือน
 
ตั้งแต่ 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือน ผลเลือดที่ได้อาจยังไม่มีความแน่นอน ดังนั้นระยะเวลาที่เราจะตรวจเลือด ได้อย่างมั่นใจก็คือ 3 เดือนหลังจากที่ไปมีความเสี่ยงมาซึ่งจะมีความแม่นยำมากกว่า 90 % 

ความหมายของผลเลือด

หากคุณไปตรวจเลือดหาเอชไอวีที่สถานบริการ ผลตรวจที่ออกมาจะมี 2 แบบ คือ
1.ผลบวก  หมายความว่าร่างกายเรามีเชื้อเอชไอวี โดยอาจจะยังไม่มีอาการหรือมีอาการแล้วก็ได้
2. ผลลบ  หมายความว่าเราไม่มีเชื้อเอชไอวี ถ้าภายใน 3 เดือนก่อนวันที่ตรวจเลือด ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ โดย ไม่ป้องกันหรือใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น การตรวจหรือไม่ตรวจเลือดเป็นสิทธิส่วนตัวของแต่ละคน เป็นเรื่องที่เจ้าตัวต้องตัดสินใจเอง แต่ก่อนที่จะตัดสินใจ ควรทราบข้อมูลเกี่ยวกับเอดส์ให้มากที่สุดก่อน
 
แม้ว่าตอนนี้เรายังไม่ติดเชื้อเอชไอวี
แต่ถ้ายังทำพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อ
อาจจะทำให้ได้รับเชื้อเอชไอวีได้